
หลายแบรนด์เริ่มใช้งบกับ Influencer Marketing มากขึ้นในปี 2026 แต่สิ่งที่ยังสร้างความสับสนทั้งฝั่งแบรนด์และ Creator คือเรื่อง เรทราคา Influencer ว่าควรคิดจากอะไร และแพลตฟอร์มไหนมีค่าตัวสูงกว่ากัน เพราะในความจริงราคาของ Influencer ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ Engagement คุณภาพคอนเทนต์ ประเภทแพลตฟอร์ม รวมถึงความสามารถในการสร้างยอดขายจริง บทความนี้จะพาไปดูเรทราคา Influencer ของ TikTok, Instagram, Facebook และ Lemon8 แบบละเอียด พร้อมอธิบายว่าปัจจัยอะไรทำให้ Rate Card ของแต่ละคนแตกต่างกันในตลาดปี 2026
เรทราคาอินฟลูเอนเซอร์คืออะไร?
เรทราคาอินฟลูเอนเซอร์ หรือ ที่เราคุ้นหูกันว่าเรทการ์ด(Rate Card) คือ ราคาค่าจ้าง สำหรับการสร้างคอนเทนต์ รีวิวสินค้า โปรโมตบริการ หรือทำแคมเปญร่วมกับแบรนด์ผ่าน Social Media ของ Influencer แต่ละคน โดยราคานี้อาจคิดเป็นต่อโพสต์ ต่อคลิป ต่อแคมเปญ หรือแบบรายเดือนก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบงานและข้อตกลงระหว่างแบรนด์กับ Creator
ในตลาดจริง Rate Card ไม่ได้มีราคากลางตายตัว เพราะอินฟลูเอนเซอร์แต่ละคนมีจุดแข็งต่างกัน บางคนเด่นเรื่องยอดวิว บางคนเด่นเรื่องการปิดการขาย ขณะที่บางคนมีฐานแฟนที่เหนียวแน่นมากจนสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ได้สูงกว่าโฆษณาปกติหลายเท่า ดังนั้นคำว่าเรทราคา Influencer จึงไม่ใช่แค่ค่าจ้างโพสต์แต่คือมูลค่าของอิทธิพลและความไว้ใจที่ผู้ติดตามมีต่อ Creator คนนั้น

ปัจจัยที่ใช้ในการตั้งเรทราคา
แม้จำนวนผู้ติดตามจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ในปี 2026 มันไม่ใช่สิ่งเดียวที่กำหนดราคาอีกต่อไป เพราะแบรนด์เริ่มระวังเรื่อง Fake Followers และบัญชีที่ Reach ตก มากขึ้น ทำให้หลายเอเจนซี่เริ่ม ดูค่า Engagement Rate และ Average View ควบคู่กันเสมอ โดยเฉพาะ TikTok ที่ยอดฟอลสูงไม่ได้การันตียอดวิวอีกแล้ว
โดยประเภทคอนเทนต์เองก็เป็นตัวแปรสำคัญของราคาเช่นกัน เพราะวิดีโอรีวิว Full Production หรือคลิปที่ต้องถ่ายหลาย Location จะใช้ต้นทุนสูงกว่าการโพสต์ภาพนิ่งทั่วไป รวมถึงเรื่อง Commercial Usage หรือการนำคลิปไปยิงแอดต่อก็มีผลต่อราคาเช่นกัน หลาย Creator คิดราคาเพิ่มทันทีเมื่อแบรนด์ต้องการสิทธิ์นำคอนเทนต์ไปใช้ในโฆษณา เพราะถือเป็นการต่อยอดเชิงพาณิชย์
ทั้งนี้ กลุ่มสินค้า(Niche)ยังส่งผลต่อ Rate Card อย่างชัดเจน โดยเฉพาะสาย Beauty, Skincare, Finance, Tech หรือ Luxury ที่มักมีงบสูงกว่าสินค้าทั่วไป เพราะการแข่งขันในตลาดสูง และต้องการ Creator ที่มีภาพลักษณ์รวมถึงความน่าเชื่อถือเฉพาะทางมากกว่าเดิม
ความสำคัญของการตั้งเรทราคาของอินฟลูเอนเซอร์
การตั้งราคาไม่ใช่แค่เรื่องรายได้ แต่เป็นเรื่อง Positioning ของ Influencer ด้วย เพราะเรทราคาจะสะท้อนว่าตัว Creator มองคุณค่าของงานตัวเองอย่างไร หากตั้งต่ำเกินไปอาจทำให้ถูกกดราคาในระยะยาว แต่ถ้าตั้งสูงเกินกว่าคุณภาพงานจริง แบรนด์ก็อาจไม่เลือกทำงานต่อ
ในมุมของแบรนด์เอง การเข้าใจเรทราคาตลาดจะช่วยให้วางงบได้แม่นขึ้น และลดโอกาสโดนเสนอราคาที่สูงเกินจริง เพราะในตลาด Influencer มีทั้ง Creator ที่คิดราคาแบบมืออาชีพ และบางส่วนที่ตั้งราคาตามกระแสโดยไม่มีมาตรฐานรองรับ แบรนด์ที่เข้าใจโครงสร้างราคาจะสามารถเลือก Influencer ได้คุ้มกว่าและใช้ Budget ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เรทราคา Influencer ในปี 2026
|
Tier Influencer |
จำนวนผู้ติดตาม(คน) |
TikTok |
|
|
Lemon8 |
|---|---|---|---|---|---|
|
Nano Influencer |
1,000 – 10,000 |
3,000 – 8,000 |
2,000 – 7,000 |
2,000 – 6,000 |
1,500 – 5,000 |
|
Micro Influencer |
10,000 – 100,000 |
5,000 – 30,000 |
5,000 – 25,000 |
5,000 – 30,000 |
5,000 – 20,000 |
|
Mid-Tier Influencer |
100,000 – 500,000 |
30,000 – 100,000 |
25,000 – 80,000 |
30,000 – 100,000 |
20,000 – 70,000 |
|
Macro Influencer |
500,000 – 1,000,000 |
100,000 – 300,000 |
80,000 – 250,000 |
100,000 – 300,000 |
70,000 – 200,000 |
|
Mega Influencer |
1,000,000+ |
300,000+ |
300,000+ |
300,000+ |
200,000+ |
โดยทั่วไปตลาดจะนิยมแบ่ง Influencer ตาม Tier หรือระดับผู้ติดตาม เพื่อใช้เป็นมาตรฐานเบื้องต้นในการประเมินราคา ซึ่งแต่ละระดับจะมีจุดเด่นต่างกัน Nano และ Micro มักเด่นเรื่อง Engagement และความใกล้ชิดกับผู้ติดตาม ส่วน Macro และ Mega จะเด่นเรื่อง Reach และการสร้าง Brand Awareness ในวงกว้าง ดังนั้น ในปี 2026 หลายแบรนด์เริ่มให้ความสำคัญกับ Micro Influencer มากขึ้น เพราะใช้งบไม่สูงเกินไป แต่สามารถสร้าง Conversion ได้จริง โดยเฉพาะสาย Beauty, Food, Lifestyle และ Creator ที่มี Community ชัดเจน ซึ่งหลายครั้งให้ผลลัพธ์คุ้มค่ากว่าการทุ่มงบกับ Creator ระดับใหญ่เพียงไม่กี่คน

เรทราคา TikTok ของอินฟลูเอนเซอร์โดยเฉลี่ย
1. Nano Influencer (ผู้ติดตาม 1,000 – 10,000 คน)
Nano Influencer บน TikTok มักมีเรทราคาเฉลี่ยประมาณ 3,000 ถึง 8,000 บาทต่อคลิป ขึ้นอยู่กับยอดวิวเฉลี่ยและคุณภาพการตัดต่อ จุดเด่นของกลุ่มนี้คือคอนเทนต์ดูเป็นธรรมชาติและไม่ขายของจนเกินไป ทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อถือได้ง่ายกว่า Creator ที่รับงานถี่เกินไป
2. Micro Influencer (ผู้ติดตาม 10,000 – 100,000 คน)
Micro Influencer ถือเป็นกลุ่มที่แบรนด์นิยมจ้างมากที่สุดใน TikTok เพราะบาลานซ์ระหว่างราคา Reach และ Engagement ได้ดี เรทราคาส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 5,000 ถึง 30,000 บาทต่อคลิป โดย Creator ที่มียอดวิวหลักแสนต่อเนื่องหรือมีความสามารถในการปิดการขายสูง อาจมีราคามากกว่านี้ได้อีก
3. Mid-Tier Influencer (ผู้ติดตาม 50,000 – 500,000 คน)
กลุ่ม Mid-Tier มักเริ่มมีทีม Production หรือมีมาตรฐานงานที่สูงขึ้น ทำให้ค่าตัวเฉลี่ยอยู่ประมาณ 30,000 ถึง 100,000 บาทต่อคลิป โดยเฉพาะสายรีวิวจริงจังหรือสายไวรัลที่สามารถดันยอด Reach ได้ระดับล้านวิว
4. Macro Influencer (ผู้ติดตาม 500,000 – 1,000,000 คน)
Macro Influencer บน TikTok มักมีค่าตัวประมาณ 100,000 ถึง 300,000 บาทต่อคลิป เพราะนอกจากยอด Reach แล้ว ยังรวมถึงภาพลักษณ์และอิทธิพลต่อผู้ติดตามด้วย หลายแบรนด์ใช้กลุ่มนี้สำหรับเปิดตัวสินค้าใหม่หรือสร้างกระแสในช่วงแคมเปญใหญ่
5. Mega Influencer (ผู้ติดตาม 1,000,000 คนขึ้นไป)
Influencer ระดับ Mega หรือ Celebrity สามารถมีค่าตัวตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไปต่อคลิป และบางรายอาจแตะหลักล้านหากเป็น Exclusive Campaign หรือมีการใช้สิทธิ์ Commercial เพิ่มเติม ราคาของกลุ่มนี้ไม่ได้ขายแค่ยอดวิวแต่ขายอิทธิพลของชื่อเสียงและการสร้างกระแสในวงกว้าง
เรทราคา Instagram ของอินฟลูเอนเซอร์โดยเฉลี่ย
1. Nano Influencer (ผู้ติดตาม 1,000 – 10,000 คน)
Nano Influencer บน Instagram มักมีเรทราคาอยู่ประมาณ 2,000 ถึง 7,000 บาทต่อโพสต์ โดยเฉพาะสาย Beauty, Cafe, Fashion และ Lifestyle ที่มีภาพลักษณ์สวยและถ่ายคอนเทนต์ได้ดี แม้ยอดฟอลไม่สูงมากก็ยังมีมูลค่าทางการตลาด
2. Micro Influencer (ผู้ติดตาม 10,000 – 100,000 คน)
กลุ่ม Micro บน Instagram มีราคาประมาณ 5,000 ถึง 25,000 บาทต่อโพสต์ จุดสำคัญของแพลตฟอร์มนี้คือความสวยงามของภาพและ Branding ของตัว Creator เพราะ Instagram ยังเป็นพื้นที่ที่แบรนด์ใช้สร้างภาพลักษณ์ค่อนข้างมาก
3. Mid-Tier Influencer (ผู้ติดตาม 50,000 – 500,000 คน)
Influencer ระดับกลางบน Instagram มักมีเรทราคาเฉลี่ยประมาณ 25,000 ถึง 80,000 บาทต่อโพสต์ โดย Creator ที่มี Personal Branding ชัดเจน หรือมีฐานแฟนเหนียวแน่น จะมีราคาสูงกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด
4. Macro Influencer (ผู้ติดตาม 500,000 – 1,000,000 คน)
Macro Influencer บน Instagram ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงประมาณ 80,000 ถึง 250,000 บาทต่อโพสต์ เพราะ Instagram ยังเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะกับสินค้า Premium และ Luxury มากกว่าหลายแพลตฟอร์ม
5. Mega Influencer (ผู้ติดตาม 1,000,000 คนขึ้นไป)
Mega Influencer บน Instagram สามารถมีค่าตัวตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป โดยเฉพาะดารา ศิลปิน หรือ Creator ที่มีภาพลักษณ์ระดับประเทศ เพราะแบรนด์จำนวนมากใช้ Instagram สำหรับสร้างภาพจำของแบรนด์ระยะยาว
เรทราคา Facebook ของอินฟลูเอนเซอร์โดยเฉลี่ย
1. Nano Influencer (ผู้ติดตาม 1,000 – 10,000 คน)
Nano Influencer บน Facebook มักมีเรทราคาเฉลี่ยประมาณ 2,000 ถึง 6,000 บาทต่อโพสต์ โดยเฉพาะกลุ่มรีวิวอาหาร ท่องเที่ยว และคอนเทนต์ชุมชนที่มีฐานผู้ติดตามเฉพาะกลุ่ม
2. Micro Influencer (ผู้ติดตาม 10,000 – 100,000 คน)
Micro Influencer บน Facebook มีราคาประมาณ 5,000 ถึง 30,000 บาทต่อโพสต์ จุดแข็งของ Facebook คือการแชร์ต่อและการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานวัยทำงานที่ยังใช้งานแพลตฟอร์มนี้เป็นหลัก
3. Mid-Tier Influencer (ผู้ติดตาม 50,000 – 500,000 คน)
Mid-Tier บน Facebook มักมีค่าตัวประมาณ 30,000 ถึง 100,000 บาทต่อโพสต์ โดยเฉพาะเพจที่มี Community แข็งแรงหรือมีฐานผู้ติดตามเฉพาะทาง เช่น การเงิน รถยนต์ อาหาร หรืออสังหาริมทรัพย์
4. Macro Influencer (ผู้ติดตาม 500,000 – 1,000,000 คน)
กลุ่ม Macro มีราคาประมาณ 100,000 ถึง 300,000 บาทต่อโพสต์ เพราะ Facebook ยังสามารถสร้าง Reach จำนวนมากได้ หากเป็นเพจที่มีฐานผู้ติดตาม Active จริง
5. Mega Influencer (ผู้ติดตาม 1,000,000 คนขึ้นไป)
Mega Influencer บน Facebook ส่วนใหญ่เป็นเพจขนาดใหญ่หรือคนดังที่มีอิทธิพลสูง โดยราคามักเริ่มต้นตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป และบางแคมเปญอาจคิดแบบเหมารายเดือนแทนการคิดเป็นโพสต์
เรทราคา Lemon8 ของอินฟลูเอนเซอร์โดยเฉลี่ย
1. Nano Influencer (ผู้ติดตาม 1,000 – 10,000 คน)
Lemon8 ยังเป็นแพลตฟอร์มที่ราคาไม่สูงมากในปี 2026 ทำให้ Nano Influencer มักมีเรทราคาอยู่ประมาณ 1,500 ถึง 5,000 บาทต่อโพสต์ โดยเฉพาะคอนเทนต์สาย Beauty และ Lifestyle
2. Micro Influencer (ผู้ติดตาม 10,000 – 100,000 คน)
Micro Influencer บน Lemon8 มีราคาประมาณ 5,000 ถึง 20,000 บาทต่อโพสต์ จุดเด่นคือคอนเทนต์สามารถติด Search และถูกค้นหาได้นานกว่าคอนเทนต์ไวรัลทั่วไป
3. Mid-Tier Influencer (ผู้ติดตาม 50,000 – 500,000 คน)
Mid-Tier Influencer มีเรทราคาเฉลี่ยประมาณ 20,000 ถึง 70,000 บาทต่อโพสต์ โดย Creator ที่มีคุณภาพภาพถ่ายและการเขียนคอนเทนต์สูง จะได้เปรียบมากในแพลตฟอร์มนี้
4. Macro Influencer (ผู้ติดตาม 500,000 – 1,000,000 คน)
Macro Influencer บน Lemon8 ยังมีจำนวนไม่มากนัก ทำให้ราคาค่อนข้างกว้าง โดยเฉลี่ยอยู่ประมาณ 70,000 ถึง 200,000 บาทต่อโพสต์
5. Mega Influencer (ผู้ติดตาม 1,000,000 คนขึ้นไป)
Mega Influencer บน Lemon8 ส่วนใหญ่มักเป็น Creator ที่มีฐานผู้ติดตามจากหลายแพลตฟอร์มร่วมกัน ทำให้เรทราคามักเริ่มต้นตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป โดยเฉพาะแคมเปญที่ต้องการภาพลักษณ์ระดับ Premium
ทำไมเรทราคาของ Influencer แต่ละแพลตฟอร์มจึงไม่เท่ากัน
หลายคนเข้าใจว่าหาก Influencer คนเดียวกันมีจำนวนผู้ติดตามเท่ากัน ราคาบนทุกแพลตฟอร์มก็ควรใกล้เคียงกัน แต่ในตลาดจริงกลับไม่ใช่แบบนั้น เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีพฤติกรรมผู้ใช้งานและมูลค่าทางการตลาดต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้ TikTok, Instagram, Facebook หรือ Lemon8 มีโครงสร้างราคาที่ไม่เหมือนกัน แม้จะเป็น Creator คนเดียวกันก็ตาม
TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่เน้น Reach และ Viral เป็นหลัก คอนเทนต์สามารถพุ่งไปถึงคนจำนวนมากได้ในเวลาอันสั้น แม้ผู้ติดตามจะไม่เยอะ แต่ถ้าคลิปมีโอกาสติด FYP ก็สามารถสร้างยอดวิวหลักแสนหรือหลักล้านได้ทันที ทำให้หลายแบรนด์นิยมใช้ TikTok สำหรับสร้างกระแส เปิดตัวสินค้า หรือปู Awareness อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม อายุของคอนเทนต์บน TikTok มักสั้น เพราะยอดวิวส่วนใหญ่จะเกิดในช่วง 24 ถึง 72 ชั่วโมงแรก ส่งผลให้บาง Creator มี Reach สูงแต่ Conversion ไม่ได้สูงตามเสมอไป
Instagram ยังเป็นแพลตฟอร์มที่แบรนด์ให้คุณค่ากับภาพลักษณ์และ Branding มากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่ม Beauty, Fashion, Luxury และ Lifestyle เพราะผู้ใช้งาน Instagram มักเสพคอนเทนต์ที่ผ่านการคุมโทนภาพและ Personal Branding มาอย่างชัดเจน ทำให้ Creator ที่มีภาพลักษณ์ดี ถ่ายภาพสวย หรือมีฐานแฟนที่เชื่อในรสนิยมของเจ้าของบัญชี มักมีค่าตัวสูงกว่าแพลตฟอร์มอื่น แม้ยอด Reach อาจไม่สูงเท่า TikTok ก็ตาม
Facebook แม้หลายคนจะมองว่าโตช้าลง แต่ในความจริงยังแข็งแรงมากในกลุ่ม Community และกลุ่มผู้ใช้งานวัยทำงานที่มีกำลังซื้อ โดยเฉพาะเพจรีวิว อาหาร รถยนต์ การเงิน อสังหาริมทรัพย์ หรือเพจข่าวสารที่มีฐานผู้ติดตามเหนียวแน่น เพราะแพลตฟอร์มนี้ยังมีพลังเรื่องการแชร์ต่อและการกระจายโพสต์ในกลุ่มเฉพาะทาง ทำให้บางเพจสามารถสร้าง Conversion ได้ดีกว่า TikTok ด้วยซ้ำ
Lemon8 กำลังกลายเป็นแพลตฟอร์มที่หลายแบรนด์เริ่มจับตา เพราะคอนเทนต์มีลักษณะกึ่ง Social และกึ่ง Search Engine ทำให้โพสต์สามารถถูกค้นหาเจอได้นานกว่าแพลตฟอร์มไวรัลทั่วไป โดยเฉพาะสายรีวิว สกินแคร์ คาเฟ่ ท่องเที่ยว หรือ How-to Content ส่งผลให้แบรนด์บางประเภทเริ่มยอมจ่ายแพงขึ้นสำหรับ Creator ที่สามารถทำคอนเทนต์คุณภาพสูงบน Lemon8 ได้จริง
ต้นทุนการผลิตก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ราคาของ Influencer แตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม เพราะบางช่องทางต้องใช้เวลาและคุณภาพงานสูงกว่า เช่น Instagram และ Lemon8 ที่ต้องคุมภาพลักษณ์ Visual หรือ YouTube ที่ต้องใช้การถ่ายทำ ตัดต่อ และวาง Storytelling มากกว่าคลิปไวรัลทั่วไป ขณะที่ TikTok บางคอนเทนต์อาจใช้ความเร็วและความ Real เป็นจุดขายแทนงาน Production ระดับสูง ดังนั้น ในตลาด Influencer ปี 2026 แบรนด์ไม่ได้จ่ายเงินเพราะยอดฟอลเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังจ่ายให้กับ “ผลลัพธ์” ที่ Creator คนนั้นสร้างได้จริง ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย การสร้างภาพจำ หรือความสามารถในการทำให้ผู้ติดตามเชื่อและตัดสินใจซื้อสินค้าได้จริง






